รีวิว BlackBerry PlayBook

          Playbook เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก RIM( Research In Motion Ltd. ) ผู้สร้างตำนานกับสมาร์ทโฟนยอดฮิตอย่าง BlackBerry ได้วางขายแล้วในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ขอประเดิมการรีวิวนี้ด้วยวิดิโอแกะกล่องจาก  crackberry.com 


Hardware
          Playbook เป็น Tablet ขนาด 7" ด้วยความกว้าง 7.6"  สูง 5.6" และหนา 0.4" มีน้ำหนักเพียง 400 กรัม ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1024x600 สัดส่วนการแสดงผล 16:9 แสดงผลแบบ Capacitive Muiti-touch
          กล้องหน้า 3 MP ส่วนกล้องหลัง 5 MP รองรับการบันทึกวีดิโอ 1080p และเล่น HD วีดิโอที่ 1080p มีช่องเชื่อมต่อ HDMI video output
          ขับเคลื่อนด้วย หน่วยประมวลผล Texas Instrument OMAP4430 Dual core ที่ความเร็ว 1 GHz. มี RAM ในตัว 1 GB ประมวลผลกราฟฟิกด้วย Integrated POWERVR SGX540 
          ขนาดความจุมีทั้งรุ่น 16GB และ 32GB 
          การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรุ่นที่วางขายรองรับเฉพาะ Wifi ส่วน 3G/4G คงตามมาในอนาคต
          แบตเตอรี่ความจุ 5300mAh ใช้งานได้ 8-10 ชั่วโมง แต่ผลการทดสอบจาก Engadget ใช้ได้ประมาณ 7 ชั่วโมง และยังทำตารางเปรียบเทียบกับ Tablet อื่นๆ ด้วย

Software
          Playbook ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry Tablet OS หรือ QNX ที่ทาง RIM ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมาแทนที่ Blackberry OS ในอนาคต ส่วนติดต่อกับผู้ใช้(UI) คล้ายกับ webOS เน้นการควบคุมและใช้งานแบบ Multi-touch และ Gesture เช่น การลากนิ้วจากล่างขึ้นบนเพื่อเรียก Home Screen, สลับการเรียกใช้งาน Application โดยการเลื่อนซ้ายขวา ดังตัวอย่างวิดีโอสาธิตการใช้งานจาก Crackberry


          Browser ใช้ webkit browser สนับสนุน flash player 10.1 ใช้งานแฟลชได้อย่างสมบูรณ์ โหลดเพจได้รวดเร็ว ย่อขยายได้ไม่ติดขัด
          BlackBerry Bridge เป็นระบบที่ใช้เชื่่อม Playbook กับ มือถือ BlackBerry ผ่าน bluetooth เพื่อใช้งาน Application ด้านการติดต่อสื่อสารต่างๆ ที่ไม่มีใน Playbook เช่น อีเมล, ปฏิทิน, สมุดที่อยู่, ตารางงาน, สมุดโน๊ต โดย Playbook จะกลายเป็นจอที่สองสำหรับการใช้งาน ส่วนการประมวลผลจะยังคงอยู่บนมือถือ ซึ่งการไม่มี Application เหล่านี้ ดูเหมือนจะเป็นข้อด้อยของ Playbook  ถึงแม้ว่าทาง RIM สัญญาว่าจะทำให้ในอนาคต
         BlackBerry App World ยังมี application ไม่มากนักเมื่่อเทียบกับ iPad ที่มีมหาศาล แต่ทาง RIM ก็ได้เพิ่มความสามารถให้ Playbook สามารถใช้งาน application จาก Android ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป ว่าเสียงตอบรับจากผู้ใช้จะเป็นอย่างไร
        

ภาพและข้อมูลจาก engadget.com และ crackberry.com